วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

การเดินทางในอนาคต



        สิ่งหนึ่งที่พัฒนาควบคู่มากลับมนุษย์นั้นก็คือ เรื่องของการเดินทางตั้งแต่สมัยอดีตที่เรานั้นต้องใช้เท้าในการเดินทาง และก็ค่อยพัฒนามาเป็น รถจักรยาน และก็กลายเป็นรถมอเตอร์ไซต์ จนในปัจจุบันนั้นเราเห็นรถยนต์ที่วิ่งอยู่ตามถนนต่างๆนั้นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วเพราะว่าบางคนเกิดมาก็เห็นรถยนต์เสียแล้ว นอกจากยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางเรื่องของถนนหนทางนั้นก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับจากถนนแบบธรรมดาก็มีการพัฒนาให้เป็นถนน ลาดยาง ถนนคอนกรีต ตลอดจนพัฒนาไปสูงทางยกระดับต่างๆ เพราะการเดินทางนั้นหากต้องการให้เดินทางเร็วนั้นการที่มียานพาหนะดีอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องควบคู่ไปกับเรื่องของถนนหนทางที่ดีด้วย   autorich
        แต่ทุกวันนี้หากใครที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอดแล้วละก็ๆจะพบว่าอีกไม่นานไม่เกินรอเราก็จะได้พบกับการเดินทางโดยพาหนะที่แปลก อย่างเช่นเรื่องของโดรน เราอาจจะเคยเห็นแต่โดรนแบบเล็กที่ใช้เป็นของเล่นแก้เหงา หรือว่าแก้เบื่อ แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการแสดงให้เห็นภาพว่า มีบริษัทที่กำลังพัฒนาโดรานที่สามารถรับส่งคนได้แล้วคุณคิดว่ามันจะดีขนาดไหนหากว่าเราสามารถเดินทางผ่านท้องฟ้าได้ เพราะว่าบนท้องฟ้าไม่ได้มีการจำกัดการเดินทางไม่ได้มีการแบ่งถนนออกเป็นเลนเราสามารถจะไปเส้นทางไหนก็ได้ขอเพียงแค่ใกล้ที่สุดเท่านั้นเอง และนอกจากนั้นยังมีระบบการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทำให้เราสามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หากว่าระบบนี้ได้รับการพัฒนาถึงที่สุดแล้ว รถที่วิ่งอยู่บนถนนก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะว่าปริมาณรถยนต์บนท้องถนนนั้นก็จะลดลงตามไปด้วยเช่นเดียวกัน   autorich
        อีกระบบหนึ่งที่ผมเห็นแล้วก็อึ้งแถมยัง งง อยู่ด้วยว่ามันจะสามารถเป็นจริงได้หรือไม่นั้นก็คือ Loop หรือการเดินทางผ่านท่อที่สร้างขึ้นมาไว้เป็นการเฉพาะและขับเคลื่อนด้วยระบบสูญญากาศ ทำให้สามารถเดินทางได้เร็วมากๆ และระบบนี้กำลังมีการก่อสร้างๆจริงๆที่ดูไบสิ่งที่จะตามมาหาว่าระบบนี้ได้เปิดให้บริการจริงๆนั้นก็คือ การลดลงของเรื่องอุบัติเหตุนั้นเอง เพราะว่าเดินทางผ่านทางเฉพาะที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นเอง และจะลดเวลาในการเดินทางได้มากเลยทีเดียว นี้คือสองระบบที่ผมกำลังตามข่าวอยู่ นอกากเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าและก็รถยนต์ไร้คนขับซึ่งจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้ เพียงแต่จะเร็วจะช้าแค่ไหนเท่านั้นเอง โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจากแต่ก่อนหากว่าคุณนั้นทำธุรกิจคุณจะมีแผนรายห้าปีสิบปี แต่ทุกวันนี้แผนรายปียังนานเกินไปเลยเพราะว่ามีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นทุกไตรมาสเลยก็ว่าได้  autorich

#S7Content

วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ประสบการณ์ในธุรกิจ MLM



        ผมเกิดมาในครอบครัวระดับกลางค่อนไปทางด้านล่าง พอรับราชการและแม่ก็เป็นแม่บ้านคอยเลี้ยงลูก การใช้ชีวิตก็ถือว่าไม่ได้ลำบากและก็ไม่ได้สบายอะไร อาหารการกินก็ไม่เคยถึงขั้นจะต้องอดยาก แต่ว่าเมื่อหากอยากได้ของชิ้นใหญ่ๆ ก็จะไม่เคยได้ในทันที อาจจะต้องรอเป็นเดือนสองเดือนสามเดือน และบางครั้งก็ได้แบบแค่พอใช้ได้ ประมาณว่าให้รู้ว่ามีนั้นเอง  giving forward
        และอีกประสบการณ์หนึ่งที่ผมได้มีโอกาสมีประสบการณ์ร่วมนั้นก็คือตอนเด็กๆประมาณประถมเกี่ยวเนื่องมัธยม ครอบครัวของผมจะมีแนวคิดในการทำธุรกิจ เพราะว่าอยากที่จะหลีกหนีจากความจน หลีกให้ไกลจากความว่าไม่มี ซึ่งธุรกิจในที่นี้มันคือธุรกิจขายตรงและก็แชร์ลูกโซ่พวกเอาเงินไปฝากไว้กับเขาจำนวนหนึ่ง แล้วรอสามวันเจ็ดวันก็จะได้รับกำไรบางส่วนซึ่งกำไรที่ได้นั้นก็จามากพอสมควรอย่างเช่น 50%บ้างหรือว่ามากกว่านั้น ช่วงแรกก็จะได้รับเงินจริงแต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไประยะเวลาหนึ่งเขาก็จะไม่ยอมจ่ายเงินให้กับเราจริงๆอย่างที่เขาได้วางแผนไว้ตั้งแต่แรก  อันนี้คือลักษณะของแชร์ลูกโซ่ ซึ่งครอบครัวของผมก็ได้เข้าไปร่วมหลายเจ้าด้วยกันแต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ประสบกับความสำเร็จดังที่วาดเอาไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียว หรือว่าบริษัทขายตรงที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งก็จะไม่สามารถหาลูกทีมได้ สายงานก็จะตันและก็ไม่สามารถไปต่อได้เช่นเดียวกัน สุดท้ายก็ต้องเลิกไปในที่สุด  giving forward
        ทำให้ครอบครัวของผมนั้นฝังใจกับเรื่องของการทำธุรกิจเครื่อข่ายและสร้างชุดความคิดที่ว่าเราไม่สามารถที่จะประสบกับความสำเร็จได้จากการทำธุรกิจเครือข่ายได้จริงๆหรอก ซึ่งผมก็เชื่ออย่างนั้นเรื่อยมา และหลีกหนีจากการเข้าร่วมกับธุรกิจเครือข่ายเรื่อยมา เพราะเมื่อผมเข้าสู่ช่วงอายุของการทำงานก็จะมีทั้งเพื่อนร่วมงานและก็เพื่อนที่เรียนด้วยกันมา มาชักชวนให้เข้าร่วมกับธุรกิจเครือข่ายมากมายหลากหลายบริษัท แต่ว่าผมก็ได้แต่ปฏิเสธมาโดยตลอด แต่ผมก็แปลกใจว่าทำไหมเวลาที่ผมอ่านหนังสือของคนที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตแล้วเขาถึงได้แนะนำว่าหากให้เขาเลือกที่จะสร้างชีวิตจากที่ไม่มีอะไรในชีวิตเลย พวกเขาเหล่านั้นจะเลือกที่จะทำธุรกิจเครือข่าย  ดีกว่าไปทำอย่างอื่น
        จนเมื่อผมได้ไปเจอธุรกิจๆหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายๆเครือข่าย และมองเห็นโอกาสว่ามันน่าที่จะเป็นไปได้ ผมเลยเข้าร่วมและได้เรียนรู้แนวคิดมากมายจากคนที่เข้าร่วมธุรกิจนี้เช่นเดียวกันกับผมและส่วนมากแล้วพวกเขาเหล่านั้นมาจากธุรกิจเครือข่ายด้วยกันทั้งสิ้น ผมจึงเริ่มสนใจในการที่จะเริ่มเรียนรู้ธุรกิจเครือข่าย และก็พบว่ามันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดเอาไว้

#S7Content

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปซะ(3)



        จากบทความครั้งที่แล้วเราได้สามวิธีการในการเพิ่มเวลาว่างในชีวิตประจำวันของเราได้แล้ว เพื่อที่เราจะได้นำกิจกรรมดีๆที่เราคิดว่ามันน่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้มาใสแทนลงไป มาต่อกันเลยในข้อที่สี่ของการหาเวลาว่างเพิ่มให้กับชีวิตของตัวเอง ข้อสี่ หลังจากที่เลิกงานแล้วเรากลับบ้านให้เร็วกว่าเดิมได้ไหม เพราะว่าบางคนพอถึงเวลาเลิกงานแล้วก็ยังไม่อยากที่จะกลับบ้าน ก็นั่งเล่นอาจจะพูดคุยกับเพื่อนๆคนอื่นๆเล่นเกมส์ดูหนังหรืออื่นๆ หากเราจะกลับบ้านให้เร็วขึ้นจะได้ไหม หากได้ก็ให้รีบกลับครับหลังจากกลับมาถึงบ้านหากเป็นวิธีการของผม ก็จะนั่งสมาธิก่อนสักสิบหน้านาที เป็นเหมือนการล้างสมองให้ลืมเรื่องต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราในแต่ละวัน บางคนอาจจะมีความเข้าใจผิดๆว่าการทำสมาธินั้นมันเป็นเรื่องของพระเท่านั้นแหละ ผมบอกได้เลยว่าคุณคิดผิด การทำสมาธิคือการทำให้จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างผมก็จะใช้การดูลมหายใจเข้าออก หลังจากที่ออกสมาธิเราจะรู้สึกโล่งขึ้น เพราะว่าบางวันเราอาจจะเจอกับเรื่องที่หนักๆมา แล้วเวลาที่เราไปทำงานเรื่องอื่นๆแล้วละก็ไอ้เจ้าเรื่องหนักๆที่เราได้เจอมานั้นมันก็จะแว็บเข้ามาในสมองของเราเรื่อยๆทำให้ขัดจังหวะในการทำงานของเรา ซึ่งบางที่งานที่ที่เราเคยทำได้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่กี่นาทีหากจิตใจเรามีเรื่องหม่นใจแว๊ปเข้ามาเรื่อยเราก็อาจจะต้องใช้เวลาในการทำงานนั้นๆเพิ่มมากขึ้น เป็นการเสียเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว
        หลังจากนั่งสมาธิเสร็จผมเลือกที่จะอ่านหนังสือวันละสามสิบนาทีโดยหนังสือที่ผมอ่านมันจะต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน ตามความคิดของผม การอ่านหนังสือมากไปก็ไม่ดีอ่านน้อยไปก็ไม่ดี ข้อเสียของการอ่านมากไปก็คือเราจะไม่มีเวลาในการลงมือทำที่มากพอ บางคนอ่านหนังสือโดยกะว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะต้องพร้อมและเก่งในเรื่องที่ตัวเองนั้นสนใจอยู่ จนไม่ได้ลงมือทำสักที แต่หากว่าเราอ่านน้อยไปหรือว่าเราไม่ได้อ่านบ้างครั้งวิธีการที่เรากำลังทำอยู่อาจจะมีคนเคยทำแล้วๆมันไม่ได้ผลและคนอื่นเขาลองจนเจอวิธีการที่ได้ผลแล้วครับ ถ้าเราทำตามวิธีการที่ได้ผลของเขาเลยเราก็จะต้องไม่ไปเสียเวลากับวิธีที่ไม่ได้ผลครับ
        หลังจากอ่านหนังสือครบสามสิบนาที่ซึ่งผมจะใช้วิธีการจับเวลาด้วยนาฬิกาเพราะจะได้ไม่ต้องมาเฝ้ามองเวลาเรื่อยๆ แล้วหลังจากนั้นเราก็ลงมือทำเรื่องที่เราสนใจโดย ถ้านั่งทำแบบเงียบๆได้จะดีที่สุดครับ เพราะว่าหากเราเปิดเพลงหรือว่าดูทีวีไปด้วยก็จะทำให้เราเสียสมาธิครับ
        นี่คือเคล็ดลับข้อแรกของผมในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง นั้นก็คือการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมด แล้วเราก็จะมีเวลาเพิ่มมากยิ่งขึ้นครับ

        #s7content